การผลัดเซลล์ผิวกายเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการดูแลผิวที่มักถูกมองข้าม ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ผิวกายก็เผชิญกับการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้วไม่ต่างจากผิวหน้า เมื่อเซลล์ผิวเก่าถูกสะสมอยู่บนผิวเป็นเวลานาน อาจทำให้ผิวดูหมองคล้ำ แห้งกร้าน หรือขาดความเรียบเนียน บอดี้สครับ (Body Scrub) จึงกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ให้ผิวดูสดใสและเรียบเนียนขึ้น พร้อมทั้งช่วยให้สกินแคร์ที่ใช้หลังอาบน้ำซึมซาบได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม บอดี้สครับไม่ได้มีเพียงประเภทเดียว แต่สามารถแบ่งออกได้หลายรูปแบบตามลักษณะของเม็ดสครับและส่วนผสมหลัก นี่คือ 3 ประเภทหลักของสครับผิวกายที่มีคุณสมบัติและความเหมาะสมกับสภาพผิวที่แตกต่างกัน
สครับน้ำตาล (Sugar Scrub)
สครับน้ำตาลเป็นหนึ่งในบอดี้สครับที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างละเอียดและอ่อนโยนต่อผิว เม็ดน้ำตาลมีลักษณะกลมและไม่คม จึงช่วยลดโอกาสในการระคายเคืองเมื่อใช้บนผิว อีกหนึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นของสครับประเภทนี้คือ น้ำตาลมีคุณสมบัติในการช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ เมื่อใช้ร่วมกับส่วนผสมอย่างน้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอัลมอนด์ หรือเชียบัตเตอร์ จึงช่วยให้ผิวรู้สึกนุ่มและชุ่มชื้นหลังการสครับ สครับน้ำตาลเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มี ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย หรือผิวบอบบาง รวมถึงผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้บอดี้สครับเป็นครั้งแรก เนื่องจากเนื้อสัมผัสของเม็ดสครับไม่หยาบเกินไป นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับการใช้กับบริเวณผิวที่ต้องการความอ่อนโยนเป็นพิเศษ เช่น แขน หน้าอก หรือบริเวณลำตัวโดยรวม โดยสามารถใช้ได้ประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อช่วยให้ผิวดูเนียนนุ่มขึ้นโดยไม่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นมากเกินไป
Body Scrub Pomegranate (ราคา 339 บาท) จาก Dove
สครับเกลือ (Salt Scrub)
สครับเกลือเป็นบอดี้สครับที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลัดเซลล์ผิวอย่างมีประสิทธิภาพ เม็ดเกลือมักมีขนาดใหญ่และมีความหยาบมากกว่าสครับน้ำตาล จึงสามารถช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ล้ำลึกกว่า นอกจากคุณสมบัติในการสครับแล้ว เกลือยังเป็นแร่ธาตุจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดผิว และบางครั้งยังถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์สปาเพื่อช่วยให้ผิวรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย สครับเกลือจึงเหมาะสำหรับผู้ที่มี ผิวธรรมดาไปจนถึงผิวมัน หรือผู้ที่มีปัญหาผิวหยาบกร้าน เช่น บริเวณข้อศอก หัวเข่า หรือส้นเท้า ซึ่งมักเป็นจุดที่ผิวหนาและสะสมเซลล์ผิวที่ตายแล้วมากกว่าบริเวณอื่นของร่างกาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเม็ดเกลือมีความหยาบมากกว่า จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือผิวแห้งมาก ผู้ใช้ควรสครับอย่างเบามือและหลีกเลี่ยงการใช้บนผิวที่มีบาดแผลหรือการระคายเคืองอยู่ก่อนแล้ว โดยทั่วไป การใช้สครับเกลือสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอสำหรับการช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น โดยไม่ทำให้ผิวสูญเสียสมดุลตามธรรมชาติ
Salt Body Scrub (ราคา 850 บาท) จาก Rituals
สครับผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ (AHA/BHA)
นอกจากบอดี้สครับที่ใช้เม็ดสครับในการขัดผิวแล้ว อีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นคือ การผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้หรือกรด BHA/AHA ซึ่งเป็นการผลัดเซลล์ผิวแบบเคมี (Chemical Exfoliation) เช่น AHA หรือ Alpha Hydroxy Acids มักสกัดมาจากผลไม้หรือกรดจากธรรมชาติ เช่น กรดไกลโคลิกหรือกรดแลกติก มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวบริเวณชั้นบนของผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้น ในขณะที่ BHA หรือ Beta Hydroxy Acid สามารถซึมเข้าสู่รูขุมขนได้ดี จึงมักถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลปัญหาผิวอุดตันหรือผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิว การผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้มักมาในรูปแบบของ โลชั่น เซรั่ม หรือครีมบำรุงผิวกายที่สามารถใช้ได้เป็นประจำ และในบางกรณีอาจมาในรูปแบบของสครับที่ผสมกรดผลไม้ร่วมกับเม็ดสครับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิว วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มี ปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวไม่เรียบเนียน ผิวขรุขระ หรือมีปัญหาขนคุด เพราะกรดผลไม้สามารถช่วยให้การผลัดเซลล์ผิวเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ต้องใช้การขัดผิวที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกรดผลไม้สามารถทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น ผู้ใช้ควรทาครีมกันแดดบริเวณผิวกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี AHA หรือ BHA เป็นประจำ
Skin Revealing Body Lotion 10% AHA (ราคา 1,300 บาท) จาก Paula’s Choice