By using this site, you agree to the Privacy Policy and Terms of Use.
Accept
Vogue Thailand
  • Fashion
  • Beauty
  • Celebrity
  • Watches & Jewellery
  • Vogue More
  • Lifestyle
  • Runway
  • Extra
    • Vogue Casting Call
    • Vogue 10th
    • Vogue Gala
    • Vogue Club
Reading: เลือก “สีไฟแต่งห้อง” อย่างไรให้น่าอยู่ ดูมีมิติ และใช้งานได้จริง
Font ResizerAa
Vogue ThailandVogue Thailand
Search
  • Fashion
  • Beauty
  • Celebrity
  • Watches & Jewellery
  • Vogue More
  • Lifestyle
  • Runway
  • Extra
    • Vogue Casting Call
    • Vogue 10th
    • Vogue Gala
    • Vogue Club
Have an existing account? Sign In
Follow US
  • Contact Us
  • Privacy Policy
  • Cookie Policy
© VOGUE THAILAND 2025
Lifestyle

เลือก “สีไฟแต่งห้อง” อย่างไรให้น่าอยู่ ดูมีมิติ และใช้งานได้จริง

Vogue Thailand
Last updated: April 1, 2026 4:00 am
Vogue Thailand
2 Min Read
Share
เลือก “สีไฟแต่งห้อง” อย่างไรให้น่าอยู่ ดูมีมิติ และใช้งานได้จริง
SHARE


ผู้เขียนเชื่อว่า “แสงไฟ” คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญเบอร์ต้นๆ ของการแต่งบ้าน แต่จากที่มองดูบ้านหลายๆ หลัง (รวมถึงบ้านของผู้เขียนเอง) ไฟกลับเป็นส่วนที่มองข้ามอยู่บ่อยครั้ง ทั้งๆ ที่จริงแล้วมันคือสิ่งที่กำหนด mood & tone ของพื้นที่ทั้งหมด ตั้งแต่ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย ไปจนถึงความคมชัดและความโปรดักทีฟ และหัวใจของมันไม่ใช่แค่ความสว่าง แต่คือ “สีของแสง” หรือที่เรียกว่า Color Temperature (Kelvin – K) ที่ส่งผลโดยตรงต่อทั้งอารมณ์และการใช้งานในแต่ละห้อง

 

สีไฟบ้านมีกี่แบบ

• แสงไฟโทนอบอุ่น (Warm White): 2700K–3000K โทนเหลืองนวล ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เหมาะกับการพักผ่อน
• แสงไฟโทนกลาง (Neutral White): 3500K–4100K โทนขาวนวลดูสมดุล เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ไม่เหลืองหรือฟ้าเกินไป
• แสงไฟโทนเย็น (Cool White / Daylight): 5000K–6500K โทนขาวอมฟ้า สว่าง คมชัด และดูโมเดิร์น เหมาะกับห้องที่ผู้อยู่อาศัยต้องใช้สายตาอย่างเต็มประสิทธิภาพในห้องนั้นๆ

 

(สีไฟไล่จากซ้าย)

ภาพ : freepik

 

เลือกให้เข้ากับแต่ละห้องอย่างไร

เมื่อได้ทำความเข้าใจลักษณะสีไฟแต่งบ้านแต่ละแบบกันไปแล้ว ต่อไปผู้เขียนจะพาไปดูการเลือกสีไฟสำหรับแต่ละห้อง เพื่อให้แต่ละมุมของบ้านดูน่าสนใจและมีมิติมากขึ้นกัน

• ห้องนั่งเล่น

ห้องที่ใช้ทั้งพักผ่อนและต้อนรับแขก ผู้เขียนแนะนำให้ใช้ Warm White (ประมาณ 2700K–3000K) เป็นหลัก เพื่อสร้างบรรยากาศนุ่มนวล อบอุ่น และทำให้ห้องนั่งเล่นดูสว่างจนเกินไป แต่จุดที่ไม่ควรมองข้ามในการใช้ Warm White ในห้องนั่งเล่นก็คือ “อย่าใช้ไฟเฉดเดียวทั้งห้อง” ควรมีการเลเยอร์กันของแสง เช่น โคมตั้งพื้น โคมตั้งโต๊ะ และไฟเพดาน เพื่อให้มิติของแสงดูมีความละมุนและไม่น่าเบื่อ

Article

ภาพ : istock

 • ห้องนอน

ห้องนอนเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อน จึงต้องการแสงที่ไม่รบกวนร่างกายจนเกินไป การเลือก Warm White (2700K) หรืออุ่นกว่านั้นเล็กน้อย จะช่วยให้ร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อนง่ายขึ้น และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงไฟขาวจัด เพราะอาจไปรบกวนการหลั่งเมลาโทนินหรือฮอร์โมนที่ช่วยเรื่องการนอนให้หลับได้ไม่เต็มที่

Article

ภาพ : Freepik

• ห้องครัว

สำหรับห้องครัวแน่นอนว่าคือพื้นที่ทำงานมากกว่าพักผ่อน จึงไม่จำเป็นต้องใช้ไฟที่ช่วยเรื่องความผ่อนคลาย ผู้เขียนจึงอยากแนะนำว่าการใช้Neutral White ตั้งแต่ 4000K ถึง Cool White 5000K จะเหมาะสมกว่าการใช้ Warm White เพราะจะช่วยให้มองเห็นสีของอาหารและวัตถุดิบได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาดในการทำอาหารได้

Article

ภาพ : Canva

• ห้องน้ำ

สำหรับห้องน้ำในความเห็นของผู้เขียนถือเป็นโซนที่อาจจะไม่เคร่งมาก เพราะบางคนอาจจะชอบการอาบน้ำในแสงเหลืองๆ ดูสลัวๆ ในขณะที่บางคนอาจจะชอบความสว่างจัดๆ ก็ได้เช่นกัน ดังนั้นผู้เขียนแนะนำว่าถ้ามีกำลังทรัพย์อาจจะติดตั้งไฟทั้งสองสีเพื่อให้สมาชิกในบ้านเลือกใช้ตามความชอบ

แต่ถ้าจำเป็นจะต้องเลือกจริงๆ ผู้เขียนมองว่าการเลือก Neutral White (3500K–4000K) เพื่อให้เห็นสีผิวจริง โดยเฉพาะเวลาส่องกระจก แต่งหน้า หรือโกนหนวด อาจดีกว่าการเลือก Warm White ซึ่งเหลืองเกินไปเพราะอาจจะทำให้เห็นสีผิวไม่ชัดเจนจนทำให้แต่งหน้าเพี้ยน เช่นเดียวกับไม่ควรเลือก Cool White เพราะอาจจะสว่างหรือฟ้าเกินไปจนผิวดูซีด

Article

(ห้องน้ำที่ใช้ไฟ neutral white)

ภาพ : Canva

หากอ่านมาถึงตรงนี้เชื่อว่าบางคนอาจมีคำถามว่า “จำเป็นหรือไม่ที่ต้องเลือกสีไฟสำหรับแต่ละห้อง” ซึ่งจุดนี้ผู้เขียนมองว่าการเลือกสีไฟไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่มันคือเรื่องของความรู้สึกที่เราอยากมีเวลาอยู่ในสักมุมหนึ่งของบ้าน ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นหรือไม่จำเป็นก็ได้ทั้งนั้น แต่ที่แน่ๆ มันคือการเปิดโอกาสให้คุณได้สนุกในการแต่งบ้านอย่างมีศิลปะ

Share This Article
Facebook Print
Previous Article Zendaya ปรากฏตัวที่ Oscars พร้อมกองแหวนที่แฟนๆ ทั่วโลกกำลังถอดรหัสและจิวเวลรีชิ้นเด่นที่สะกดเวที Zendaya ปรากฏตัวที่ Oscars พร้อมกองแหวนที่แฟนๆ ทั่วโลกกำลังถอดรหัสและจิวเวลรีชิ้นเด่นที่สะกดเวที
Next Article VOGUE SCOOP | ถอดรหัสชุดคัมแบ็กคอนเสิร์ตอัลบั้ม 'ARIRANG' ของ BTS โดยการออกแบบของ 'Jay Songzio' VOGUE SCOOP | ถอดรหัสชุดคัมแบ็กคอนเสิร์ตอัลบั้ม 'ARIRANG' ของ BTS โดยการออกแบบของ 'Jay Songzio'
Leave a Comment Leave a Comment

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

POPULAR

ปีนี้อยากเปลี่ยนรองพื้นใหม่แบรนด์ไหนดี?
Beauty

ปีนี้อยากเปลี่ยนรองพื้นใหม่แบรนด์ไหนดี?

Pierpaolo Piccioli และ Sam Levinson กับการนำจักรวาลของ ‘Euphoria’ มาสู่ Balenciaga
Runway

Pierpaolo Piccioli และ Sam Levinson กับการนำจักรวาลของ ‘Euphoria’ มาสู่ Balenciaga

AMI Paris เปลี่ยนมุมมองแฟชั่นแบบ ‘ลูกรูบิก’ ในคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026
Runway

AMI Paris เปลี่ยนมุมมองแฟชั่นแบบ ‘ลูกรูบิก’ ในคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026

เจาะลึกเด็กหัวรั้นคนใหม่แห่ง Jean Paul Gaultier กับคอลเล็กชั่นเดบิวต์ช็อกวงการ
Runway

เจาะลึกเด็กหัวรั้นคนใหม่แห่ง Jean Paul Gaultier กับคอลเล็กชั่นเดบิวต์ช็อกวงการ

Vogue Thailand
  • Contact Us
  • Privacy Policy
  • Cookie Policy

© VOGUE THAILAND 2025

© 2025 บริษัท เซเรนดิพิตี้ มีเดีย จำกัด เจ้าของเว็บไซต์และนิตยสาร VOGUE THAILAND

ขอขอบคุณผู้ใช้บริการทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมและใช้บริการเว็บไซต์

https://voguethailand.com/ โดยมีข้อกำหนดสำหรับผู้ใช้ ดังที่ประกาศใน PRIVACY POLICY

พบปัญหาหรือมีข้อสงสัยในการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน กรุณาติดต่อ

websupport@serendipity.co.th

Welcome Back!

Sign in to your account

Username or Email Address
Password

Lost your password?