ประวัติศาสตร์การเดินทางสู่อวกาศเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย เครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องแบบแต่ละชิ้นถูกจัดสรรและคำนวณทุกรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน ซึ่งอุปกรณ์จำเป็นที่หลายคนรอติดตามคือนาฬิกา เพราะในหน้าประวัติศาสตร์มีการบันทึกเกี่ยวกับนาฬิกาในภารกิจดวงจันทร์มาเสมอ และแน่นอนว่านาฬิกาที่โด่งดังที่สุดคือ OMEGA รุ่น Speedmaster Professional ที่นักบินอวกาศของภารกิจ Apollo 11 ทั้ง Neil Armstrong, Buzz Aldrin และ Michael Collins สวมใส่ขึ้นสู่ห้วงอวกาศเพื่อมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ ก่อนที่ 2 คนแรกจะนำพานาฬิกาเรือนนี้ไปเหยียบดวงจันทร์ประทับรอยเท้าประวัติศาสตร์แห่งมวลมนุษยชาติ
Neil Armstrong กับนาฬิกา OMEGA Speedmaster Professional บนยาน Apollo 11
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวความเชื่อมโยงระหว่างโอเมก้าและภารกิจอวกาศเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1965 ที่นาฬิกา Speedmaster Professional ได้รับการตรวจสอบผ่านเกณฑ์ขององค์กร NASA กลายเป็นนาฬิกาเพียงแบบเดียวสำหรับภารกิจอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุม และกิจกรรมนอกยาน รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบนักบินอย่างเป็นทางการ สร้างภาพจำและหลักบันทึกว่า Speedmaster Professional คือ “The Moonwatch” เรือนแรกของโลก นับตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 1969 เป็นต้นมา
คำถามคือทำไมถึงมีนาฬิกาเพียงเรือนเดียวที่สามารถขึ้นสู่ดวงจันทร์ได้สำเร็จ คำตอบคือข้อจำกัดของภารกิจอวกาศนั้นละเอียดยิบย่อย เรือนเวลาจะต้องผ่านการทดสอบในมิติต่างๆ อย่างครบถ้วน ซึ่ง Speedmaster Professional ในยุคนั้นผ่านเกณฑ์ทั้งเรื่องกลไกการจับเวลาที่แม่นยำ ความคงทนในสภาวะอากาศหฤโหด การทำงานในสภาวะสุญญากาศ เรื่อยไปจนถึงความทนทานต่อแรง ‘G’ ระดับสูง
นาฬิกา ’Tribute to Astronauts’ Speedmaster Professional ของ Neil Armstrong ที่ถูกประมูลไปเมื่อปี 2025 / ภาพ: RR Auctions
นอกเสียจากนาฬิกาคุณภาพระดับพระกาฬในยุคสมัยนั้น โอเมก้ายังเชื่อมประสานเรื่องราวเข้ากับภารกิจดวงจันทร์อย่างต่อเนื่อง หลังจากภารกิจสำเร็จลุล่วงและกลับสู่พื้นโลก นีล อาร์มสตรอง วีรบุรุษแห่งมวลมนุษยชาติได้รับมอบนาฬิกาเรือนพิเศษเพิ่มอีกเรือนหนึ่ง นั่นคือ Speedmaster Professional เรือนทอง ‘Tribute to Astronauts’ โดยมีการสลักชื่อด้านหลังอย่างชัดเจน รวมถึงภารกิจตั้งแต่ Gemini 8 ไปจนถึง Apollo 11 โดยนาฬิกาเรือนนี้ถูกประมูลไปเมื่อปี 2025 ด้วยราคา 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และราคาสุทธิหลังรวมค่าธรรมเนียมจะอยู่ประมาณ 2.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
นาฬิกา Speedmaster ’Silver Snoopy Award’ 50th Anniversary กับการเฉลิมฉลอง 50 ปีกับรางวัลอันทรงเกียรติด้านอวกาศ / ภาพ: Courtesy of OMEGA
หลังจากนั้นความเชื่อมโยงระหว่างโอเมก้าและนาซ่ายังถือกำเนิดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภารกิจปาฏิหาริย์ Apollo 13 กับรางวัล ‘Silver Snoopy Award’ ที่แสดงถึงการมีส่วนร่วมในความสำเร็จกับภารกิจสำรวจอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุม และการเดินทางกลับอันเหลือเชื่อ จนกระทั่งปี 1972 กับภารกิจสู่ดวงจันทร์ Apollo 17 ที่เรือนเวลา Speedmaster ก็เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญของนักบินอวกาศเช่นทุกครั้ง นอกจากนี้ยังมีภารกิจการจับมือระหว่างยาน Apollo และ Soyuz สถานการณ์ความผ่อนคลายแรงตึงเครียดของ 2 ขั้วอำนาจ แท้จริงแล้วนาฬิกาโอเมก้ายังมีบทบาทสำคัญเรื่อยมา ทว่าการบันทึกประวัติศาสตร์ก็เลือนหายจางไปพร้อมกับความเข้มข้นของ ‘Space Race’ ที่ค่อยๆ น้อยลงตามสถานการณ์โลก
ช่วงยุคสมัยใหม่กับโครงการในปี 2022 กับการสำรวจอวกาศซึ่งโอเมก้าสนับสนุนอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นการกำจัดเศษซากอันตรายจากอวกาศร่วมกับ ClearSpace และร่วมมือกับ Privateer ในการทำแผนที่วัตถุเหล่านั้นเพื่อรับรองความปลอดภัยในการเดินทางสำรวจต่อไปในอนาคต จากนาฬิกา Speedmaster Professional อันเลื่องชื่อมีการพัฒนาต่อเนื่องจน Speedmaster ได้การรับรองระดับ Master Chronometer สะท้อนระดับความแม่นยำขั้นสุดยอด อีกด้านหนึ่งก็มีการเฉลิมฉลองกับขวบปีการครบรอบปี 50 ปีการลงจอดดวงจันทร์ของมนุษย์ โดยออกมาทั้งในเวอร์ชั่นเรือนสตีล และ เรือนทอง นอกจากนี้ยังรวมถึงนาฬิกาสนูปปี้อันโด่งดังอีกที่อิงจากรางวัลอันทรงเกียรติเมื่อครึ่งศตวรรษก่อนอีกด้วย
เหล่านักบินอวกาศทั้ง 4 คนของโครงการ Artemis II ก่อนการปฏิบัติภารกิจเดินทางสู่อวกาศเพื่อโคจรรอบดวงจันทร์เป็นเวลา 10 วัน / ภาพ: Courtesy of NASA
ก้าวมาถึงปี 2026 กับโครงการ Artemis II นี่คืออีกหนึ่งหมุดบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในเชิงการสำรวจอวกาศอันเชื่อมโยงกับโลกนาฬิกาอีกครั้ง โดยนักบินอวกาศทั้ง 4 คน ประกอบด้วย Reid Weissman, Victor Glover, Christina Koch และ Jeremy Hansen ออกเดินทางในวันที่ 1 เมษายน 2026 (ตามเวลาท้องถิ่นรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา) เพื่อทดสอบการเดินทางอ้อมดวงจันทร์และเดินทางกลับสู่โลกเพื่อปูทางการเดินทางในอวกาศในอนาคต และถือเป็นภารกิจกลับสู่ดวงจันทร์อย่างเป็นทางการในรอบเกินครึ่งศตวรรษ
นาฬิกา OMEGA Speedmaster X-33 เรือนเวลาประจำภารกิจ Artemis II ของนักบินอวกาศทั้ง 4 คน / ภาพ: Courtesy of OMEGA
ความเชื่อมโยงกับโลกนาฬิกาน่าสนใจอย่างยิ่งเพราะนาฬิกา Speedmaster มีบทบาทสำคัญอีกครั้ง แม้จากการสำรวจดวงจันทร์ครั้งสุดท้ายเวลาจะล่วงเลยไปนานกว่า 53 ปี โดยนักบินอวกาศทุกคนสวมใส่นาฬิกา Speedmaster X-33 ซึ่งเป็นนาฬิกาไทเทเนียมเรือนพิเศษที่ถูกทดสอบและผ่านเกณฑ์การตรวจสอบสำหรับการเดินทางท่องอวกาศ และนาฬิกาเรือนนี้จะอยู่ติดข้อมือของทุกคนเป็นเวลา 10 วันตามกำหนดการ มีฟังก์ชั่นครบครันสำหรับนักบินอวกาศ ตั้งแต่การแสดงผลทั้งแบบดิจิทัลและแบบเข็มทั่วไป ระบบแสดงเวลา GMT ฟังก์ชั่นการจับเวลา และระบบมัลติฟังก์ชั่นสำหรับการเดินทางอวกาศ แบตเตอรี่สำรองพลังงานอยู่ได้นานถึง 36 เดือน มาพร้อมกับตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 2 และสายไทเทเนียม ที่มอบทั้งความคงทนและเบาสบายในการสวมใส่
วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมวลมนุษยชาติ โครงการ Artemis II คือสัญญาณการบ่งบอกถึงความยอดเยี่ยมเชิงวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ว่ามนุษย์จะสามารถกลับไปดวงจันทร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับการพัฒนาเรือนเวลาของโอเมก้าที่ไม่พียงแต่ออกแบบค้นคว้าเทคนิคใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน วงการกีฬา หรือความสวยงามเท่านั้น แต่แวดวงการสำรวจยังเป็นอีกหนึ่งขาของโอเมก้าที่มั่นคงเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ทางทะเล และที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นด้านอวกาศ รอติดตามต่อไปว่าภารกิจสำรวขอวกาศในอนาคตจะมีเรือนเวลาเรือนใดขึ้นไปสร้างประวัติศาสตร์พร้อมเหล่านักบินกันบ้าง ห้ามพลาดเด็ดขาด
(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมในเชิงอวกาศได้กับบทความ PRADA จับมือ Axiom Space ผลิตชุดนักบินอวกาศ สำหรับผู้หญิงคนแรกที่จะไปเหยียบดวงจันทร์!)